"Self-conquest is the greats of victory" การชนะใจตนเอง คือ ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

4/19/2012

เป็น trader ยากมั้ย?

คำตอบก็คือไม่ยาก แต่จะเป็น traders ที่ประสบความสำเร็จ (คือได้มากกว่าเสีย) นั้นยากถึงยากมาก

ในคราวนี้ผมจะขออนุญาตนำท่านผู้อ่านของผมมาลองดูว่าจะเป็น trader กับเขาได้หรือไม่?

มีคำกล่าวแบบติดตลกของนักแสดงตลกชาวอเมริกันคนหนึ่ง ผมจำชื่อไม่ได้แล้ว เขากล่าวว่า "I am not as concerned about the return on my money as I am about the return of my money" ซึ่งบ่งบอกให้เราทราบถึงธรรมชาติของมนุษย์ว่าส่วนใหญ่ไม่ชอบเสี่ยง (Most people are naturally risk averse) แต่ทว่าในใจก็ยังแอบอยากได้กำไรเยอะๆ จากการเก็งกำไร ไม่ว่าจะเป็นทองคำ, ที่ดิน,หุ้น, ผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่างๆ แล้วก็ไปอิจฉาบรรดานักเก็งกำไรที่ได้กำไรเยอะๆ ซึ่งผมก็อยากจะบอกว่านักเก็งกำไรที่เขาประสบความสำเร็จได้เงินมากๆ เหล่านั้นก็เปรียบเสมือนเขาได้รับการ “ว่าจ้าง” มาให้รับความเสี่ยงต่างๆ จากผู้คนรอบข้างที่ไม่อยากเสี่ยงนี่แหละ ยังมี traders อีกมากมายที่ล้มเหลวและถอดใจหรือไม่ก็หายสาบสูญ (ทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ) แต่เราไม่เคยได้ยินเพียงเพราะว่าผู้คนโดยทั่วไปมักจะชอบเล่าลือถึงเรื่องความสำเร็จเท่านั้น

มีหลุมพรางทางจิตวิทยา 6 อย่างที่ trader จะต้องเอาชนะก้าวข้ามไปให้ได้ ผมจะขอว่าไปทีละอย่างเลยนะครับ

1. อย่าพึ่งพาคนอื่นมากจนเกินความจำเป็น ท่องคติไทยที่ว่าตนเป็นที่พึ่งแห่งตนให้ขึ้นใจ จะมีผู้คนมากมายทั้งปรารถนาดี/ไม่ดี มาให้ข้อคิด คำแนะนำอย่างมากต่อท่าน เช่น brokers, เพื่อน, เซียน ท่านจะทราบได้อย่างไรว่าเขาเหล่านั้นเป็น Guru จริงๆ จริงอยู่อาจจะมีข้อยกเว้นอยู่บ้าง ข้อแนะนำในการรับความช่วยเหลือจากคนเหล่านั้นขอให้จำกัดเพียงแค่การอำนวยความสะดวกหรือข้อมูลข่าวสารของสิ่งที่ท่าน trade อยู่

2. เมื่อผิด อย่าโทษคนอื่น ขอให้โทษตัวเองไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาอย่างไร วินัยข้อนี้จำเป็น เพราะหากเราไม่ฝึกฝนให้รับผิดชอบต่อสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น ขบวนการตัดสินใจจะไม่ยึดผลประโยชน์ของเราเป็นที่ตั้งได้

3. เน้นระยะยาว อย่าปรับวิธีการ trade โดยพิจารณาเพียงผลการ trade ระยะสั้น เพียงอย่างเดียว ทุกอย่างจะมีวันที่ดีและวันที่ไม่ดี ผลการ trade ในระยะสั้นอาจจะดูดี แต่ตามสถิติแล้ว มันมีปัจจัยทางด้านโชคมาเกี่ยวข้องมากกว่าระยะยาว ตัวอย่างมีให้เห็นมากมาย การเข้า/ออกในหุ้น หรืออัตราแลกเปลี่ยน แบบบ่อยๆ ส่วนใหญ่จะลงเอยด้วยการขาดทุนหรือไม่ก็ได้กำไรไม่พอค่าใช้จ่าย อาทิเช่น Brokerage Fee หรือ bid/offer spread

4. อย่าประเมินความยากของการเอาชนะความรู้สึกแย่ๆ ต่ำเกินไป แผนการเก็งกำไรที่ประสบความสำเร็จเมื่อสัปดาห์ก่อนอาจจะเป็นแผนที่แย่มากในสัปดาห์นี้ก็ได้ ซึ่งเราต้องเอาชนะความรู้สึกแย่ๆ เช่นนั้นให้ได้ และมุ่งมั่นต่อไป เคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า “นักรบย่อมมีบาดแผล” มั้ยครับ ตราบใดที่ยังเป็น trader อยู่ ขอให้มองการขาดทุนเป็นเรื่องปกติและเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต (a part of the game) ไม่มีใครเอาชนะตลาดได้หรอกครับ แต่เราสามารถเป็นส่วนหนึ่งของตลาดในส่วนที่สำเร็จได้

5. อย่าคึกมากเมื่ออยู่ขาขึ้น คนที่ได้เงินจากการเก็งกำไรมากๆ ติดต่อกัน จะรู้สึก “คึก” เป็นพิเศษ อยากจะเพิ่มขนาดของการเก็งกำไรให้มากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดมาก ช่วงจังหวะที่ควรเพิ่มขนาดการ trade น่าจะอยู่หลังจากที่เราเสียอย่างต่อเนื่องมากกว่า

6. อย่าเหี่ยวลงเมื่ออยู่ขาลง ข้อนี้ตรงข้ามกับข้อ 5 ข้างบน มีคนเคยกล่าวไว้ว่า การเก็งกำไรเหมือนกับการเล่นกอล์ฟ นักกอล์ฟทุกคนไม่ว่าจะตีเก่งหรือไม่เก่ง ต้องมีช่วงตีที่ดีและไม่ดี เมื่อตีดีก็ดีใจว่าได้ “วง” ที่วิเศษหาอยู่นานมาไว้กับตัว เมื่อตีแย่ก็จะรู้สึกว่าจะต้องออกจากช่วงนี้ได้อย่างไร

trader ก็เหมือนกัน ตอนได้ตังค์ก็ฮึกเหิมว่าเราเก่ง ทำเงินได้มากและอยาก trade มากขึ้น ตอนขาดทุนก็อยากจะเลิก trade ไปเลย สิ่งที่อยากจะแนะนำก็คือให้ยึดมั่นทางสายกลาง ความพอดี ดูเหมือนพูดง่ายแต่ทำยาก แต่เมื่อลองทำดู ถึงแม้ว่า control ไม่ได้ทั้งหมด จะพบว่าเราสามารถจะทำให้ trading นั้นมีความยั่งยืน (sustainable) ได้โดยไม่จำเป็นต้องเป็นสองขั้ว แบบสุดๆ เสมอไป

ขอให้จดจำไว้และฝึกปฏิบัติจะเห็นผลในทางที่ดี อีกนิดหนึ่งแถมท้าย trader ที่ดี นอกจาก 6 ข้อข้างบนแล้ว จะต้องเข้าใจตัวเองอย่างถ่องแท้, สมดุล และควบคุมสภาวะจิตใจของตัวเองให้ได้ (อีกแล้ว!พูดเรื่องที่พูดง่ายแต่ทำยาก) ไม่ว่าคุณจะ trade อะไร ทองคำ, น้ำมัน, FX, ดอกเบี้ย คุณจะประสบความสำเร็จครับ ขอให้โชคดี

เสถียร ตันธนะสฤษดิ์

Money Time

No comments:

Post a Comment