"Self-conquest is the greats of victory" การชนะใจตนเอง คือ ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

6/30/2012

Long-term refinancing operations (LTRO)

ECB ที่ออกมาตรการ Long-term refinancing operations (LTRO) รอบใหม่ที่ให้เงินธนาคารในยุโรปยืมแบบเกือบจะฟรี (เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ)เรียกว่าเป็นการอัดฉีดสภาพคล่องไปในระบบแบบขนานใหญ่ เหมือน quantitative easing (QE) ในฝั่งอเมริกา แต่ข้อแตกต่างคือการอัดฉีดผ่านภาคธนาคารโดยตรง ธนาคารหลายๆ แห่งก็ใช้เงินฟรีๆ นี้ไปซื้อพันธบัตรรัฐบาลเพื่อกินส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย จนอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรเหล่านี้ลดลงไปเยอะทีเดียว

European Stability Mechanism (ESM)

การจัดตั้งกลไกถาวรในการบริหารเศรษฐกิจ การจัดตั้งกองทุน EFSF นั้นเป็นมาตรการชั่วคราวในการแก้ปัญหาการขาดวินัยทางการคลังของยุโรป โดยผู้นำยุโรปมีดำริที่จะปฏิรูปโครงสร้างการบริหารเศรษฐกิจอย่างเต็มรูปแบบ ผ่านกลไก ESM (European Stability Mechanism) ภายในกรกฎาคม 2013 แต่ความรุนแรงของปัญหาที่เกิดขึ้น และการบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อการบริหารเศรษฐกิจของยุโรป ทำให้ผู้นำจำต้องเร่งจัดตั้ง ESM ให้เร็วขึ้นอีก 1 ปีคือควรจะจัดตั้งให้เป็นรูปธรรมภายในกรกฎาคม 2012 (อีก 9 เดือนข้างหน้า) โดย ESM จะต้องมีอำนาจในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศที่มีปัญหา ตลอดจนปรับปรุงระบบการควบคุมนโยบายการคลังของประเทศสมาชิก (เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเช่นที่เกิดขึ้นที่กรีซอีก) และกลไกของ ESM จะต้องมีความคล่องตัว กล่าวคือ จะต้องตัดสินใจและออกมาตรการต่างๆ ได้อย่างฉับไว แตกต่างจาก EFSF ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาของทั้ง 17 ประเทศที่เป็นสมาชิกของกลุ่มประเทศที่ใช้เงินยูโร

6/27/2012

ระบบเทรดกำไร 3 เท่า


-เขียนแผนกำหนดจุดเข้า วาง stop วาง target 

-กำหนด target อย่างน้อย 3 เท่าของ stop ขาดทุน

-ทำทุกวันแค่วันละรอบพอ แค่ถูก-ผิด 50% ก็กำไรแล้วครับ

กำหนดจุดเข้าตลาดแค่ 3 จุด

1หา high ให้เจอแล้ว sell ให้ใกล้ high มากที่สุด ตั้ง stop เหนือ high นิดหน่อย กำหนด target 3เท่าของ stop 

2 หา low ให้เจอแล้ว buy ให้ใกล้ low มากที่สุด ตั้ง stop ต่ำกว่า low นิดหน่อย กำหนด target 3 เท่าของ stop 

3 เข้าตามแนวโน้มตลาดโดยใช้ เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ช่วยหาแนวโน้ม (MAE55)

   -  เมื่อแนวโน้มเป็นขาลง ให้ sell  ใกล้เส้น  MAE55 มากที่สุด แล้วตั้ง stop ไว้เหนือเส้น MAE55 นิดหน่อย กำหนดเป้าหมายกำไรเป็น  3 เท่าของ stop ขาดทุน

   - เมื่อแนวโน้มเป็นขาขึ้นให้ buy ใกล้เส้น MAE55 มากที่สุด แล้วตั้ง stop ไว้ใต้เส้น  MAE55 นิดหน่อย กำหนดเป้าหมายกำไรเป็น  3 เท่าของ stop ขาดทุน



6/16/2012

Survey Participants See Higher Gold Prices Next Week

Higher gold prices are expected next week by the majority of participants in the Kitco News Gold Survey, with many expecting the situation in Europe to draw buyers to the metal.

In the Kitco News Gold Survey, out of 33 participants, 23 responded this week. Of those 23 participants, 18 see prices up, while three see prices down, and two are neutral. Market participants include bullion dealers, investment banks, futures traders, money managers and technical-chart analysts.

The Greek elections are the focal point for market participants and while the outcome is a mystery since there have been no survey polls conducted for the past two weeks, many said they believe the pro-bailout parties will win. This could trigger a gold rally.

http://www.kitco.com/kgs/goldsurvey_june15.2012.html

6/09/2012

Survey Participants Split On Gold Price Direction For Next Week

Survey participants in the weekly Kitco News Gold Survey are split on price direction next week, with no category receiving a majority.

In the Kitco News Gold Survey, out of 33 participants, 27 responded this week. Of those 27 participants, 13 see prices up, while nine see prices down, and five are neutral. Market participants include bullion dealers, investment banks, futures traders, money managers and technical-chart analysts.

http://www.kitco.com/kgs/goldsurvey_june08.2012.html

6/03/2012

Federal Reserve เราเรียกสั้นๆว่า เฟด

www.federalreserve.gov นี่คือเว็ปไซต์ทางการของเฟด เราสามารถเข้าไปติดตามข่าวสาร ความเคลื่อนไหวได้จากเว็ปนี้

Federal Reserve (Fed, จากภาษาอังกฤษ Federal Reserve System.) -- ระบบธนาคารกลางของประเทศสหรัฐอเมริกาที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของ Federal Reserve System โดยเริ่มก่อตั้งเมื่อ 23 ธันวาคม 1913

Fed เป็นองค์กรภาครัฐกึ่งเอกชนที่มีองค์ประกอบซึ่งรวมถึง :
-คณะของผู้ว่าการ Federal Reserve
-คณะกรรมการตลาด Federal Open
-สิบสองธนาคารในระดับภูมิภาค Federal Reserve ซึ่งได้แก่ ธนาคารสำคัญระดับภูมิภาคทั้งหมด 12 ธนาคาร ตัวอย่างเช่น ธนาคารนิวยอร์ก บอสตั้น ฟิลาเดเฟีย ชิคาโก แอตแลนตา เซนต์หลุย ซานฟรานซิสโก แคนซัส ซิตี้ มิลนิโซต้า และ ดัลลาส
-ธนาคารเอกชนทั้งหมด
-สภาที่ปรึกษา
สถานะทางกฎหมายของธนาคารกลางจะกำหนดโดยกฏหมายของธนาคารกลางเป็นสถาบันการ เงินพิเศษ เป็นหน่วยงานอิสระ ซึ่งไม่ขึ้นตรงต่อนิติบุคคลหรือ องค์กรสาธารณะ ซึ่งความมีอิสระในการดำเนินนโยบายของเฟดนั้นได้แก่ ความสมดุลระหว่างผู้เสียภาษีและรัฐบาล กำหนด และดำเนินนโยบายเพื่อป้องกันผลประโยชน์และปัญหาการเงินของรัฐบาลสหรัฐ อเมริกา

หน้าที่ของ Fed :
-การปฏิบัติหน้าที่ของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา
-รักษาความสมดุลระหว่างผลประโยชน์ของธนาคารพาณิชย์และผลประโยชน์ของชาติ
-กำกับดูแลและการควบคุมการสถาบันธนาคาร
-การคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค
-การจัดการของปริมาณเงิน
-สร้างความมั่นใจให้เสถียรภาพของระบบการเงิน และควบคุมความเสี่ยงในตลาดการเงิน
-ให้การบริการทางการเงินเพื่อรับฝากเงินรวมทั้งรัฐบาลสหรัฐฯและหน่วยงานระหว่างประเทศ
-มีส่วนร่วมในระบบการชำระเงินระหว่างประเทศและภายในประเทศ
-ขจัดปัญหาสภาพคล่องในระดับท้องถิ่น
-การเสริมสร้างบทบาทของสหรัฐอเมริกาในเศรษฐกิจโลก

โครงสร้างองค์กร
สภาการปกครองของ Federal Reserve ประกอบด้วยคณะกรรมการ 7 คน ได้รับการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาด้วยความเห็นชอบของวุฒิสภาของ สหรัฐอเมริกา Congress สมาชิกแต่ละคนได้รับการแต่งตั้งคราวละ 14 ปี
รายชื่อคณะกรรมการและสมาชิกที่สำคัญของเฟดมีดังนี้ครับ
-Ben Bernanke -- ประธานกรรมการ
-Donald Kohn -- รองประธานกรรมการ
-Krostsner Randall
-Duke ลิซาเบธ
-Warsh Kevin

6/02/2012

Big Majority Of Survey Participants See Higher Gold Prices Next Week

A worldwide slowdown in economic growth could lead to new rounds of stimulus from the various central banks and that has most participants in the weekly Kitco News Gold Survey forecasting higher prices for the yellow metal next week.

In the Kitco News Gold Survey, out of 33 participants, 22 responded this week. Of those 22 participants, 20 see prices up, while two see prices down, and zero are neutral. Market participants include bullion dealers, investment banks, futures traders, money managers and technical-chart analysts.

http://www.kitco.com/kgs/goldsurvey_june01.2012.html

5/19/2012

Big Majority Of Survey Participants See Higher Gold Prices Next Week

Following this week’s bounce from the $1,520s region, most survey participants in the weekly Kitco News Gold Survey expect gold prices to continue to build on late-week gains.

In the Kitco News Gold Survey, out of 33 participants, 23 responded this week. Of those 23 participants, 21 see prices up, while two see prices down, and zero are neutral. Market participants include bullion dealers, investment banks, futures traders, money managers and technical-chart analysts.

http://www.kitco.com/kgs/goldsurvey_may18.2012.html

5/12/2012

Survey Participants Divided Over Views On Gold Market Direction Next Week

This week’s sharp sell-off and China’s weak data have survey participants in the Kitco News Gold Survey split on the direction for prices next week.

In the Kitco News Gold Survey, out of 33 participants, 24 responded this week. Of those 24 participants, nine see prices up, while seven see prices down, and eight are neutral. Market participants include bullion dealers, investment banks, futures traders, money managers and technical-chart analysts.

http://www.kitco.com/kgs/goldsurvey_may11.2012.html

5/05/2012

No Strong Consensus On Gold's Direction For Next Week In Survey

There’s a lack of definite consensus in for survey participants the Kitco News Gold Survey in their outlook for prices next week, with bullish and bearish traders largely split.

In the Kitco News Gold Survey, out of 33 participants, 22 responded this week. Of those 22 participants, 10 see prices up, while eight see prices down, and four are neutral. Market participants include bullion dealers, investment banks, futures traders, money managers and technical-chart analysts. http://bit.ly/KlwIa7

5/02/2012

CME Group: Metals-Trading Volume Declines During April

CME Group reports that metals volume averaged 329,000 contracts per day in April, which was down 23% compared to 424,000 in the same month a year ago. Sequentially, April volume was down 17% from an average of 395,000 contracts in March. The rolling three-month average through April was 373,000 lots, compared to 385,000 at the end of March, 342,000 as of February and 335,000 as of January. http://bit.ly/IqnMPt

4/19/2012

เป็น trader ยากมั้ย?

คำตอบก็คือไม่ยาก แต่จะเป็น traders ที่ประสบความสำเร็จ (คือได้มากกว่าเสีย) นั้นยากถึงยากมาก

ในคราวนี้ผมจะขออนุญาตนำท่านผู้อ่านของผมมาลองดูว่าจะเป็น trader กับเขาได้หรือไม่?

มีคำกล่าวแบบติดตลกของนักแสดงตลกชาวอเมริกันคนหนึ่ง ผมจำชื่อไม่ได้แล้ว เขากล่าวว่า "I am not as concerned about the return on my money as I am about the return of my money" ซึ่งบ่งบอกให้เราทราบถึงธรรมชาติของมนุษย์ว่าส่วนใหญ่ไม่ชอบเสี่ยง (Most people are naturally risk averse) แต่ทว่าในใจก็ยังแอบอยากได้กำไรเยอะๆ จากการเก็งกำไร ไม่ว่าจะเป็นทองคำ, ที่ดิน,หุ้น, ผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่างๆ แล้วก็ไปอิจฉาบรรดานักเก็งกำไรที่ได้กำไรเยอะๆ ซึ่งผมก็อยากจะบอกว่านักเก็งกำไรที่เขาประสบความสำเร็จได้เงินมากๆ เหล่านั้นก็เปรียบเสมือนเขาได้รับการ “ว่าจ้าง” มาให้รับความเสี่ยงต่างๆ จากผู้คนรอบข้างที่ไม่อยากเสี่ยงนี่แหละ ยังมี traders อีกมากมายที่ล้มเหลวและถอดใจหรือไม่ก็หายสาบสูญ (ทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ) แต่เราไม่เคยได้ยินเพียงเพราะว่าผู้คนโดยทั่วไปมักจะชอบเล่าลือถึงเรื่องความสำเร็จเท่านั้น

มีหลุมพรางทางจิตวิทยา 6 อย่างที่ trader จะต้องเอาชนะก้าวข้ามไปให้ได้ ผมจะขอว่าไปทีละอย่างเลยนะครับ

1. อย่าพึ่งพาคนอื่นมากจนเกินความจำเป็น ท่องคติไทยที่ว่าตนเป็นที่พึ่งแห่งตนให้ขึ้นใจ จะมีผู้คนมากมายทั้งปรารถนาดี/ไม่ดี มาให้ข้อคิด คำแนะนำอย่างมากต่อท่าน เช่น brokers, เพื่อน, เซียน ท่านจะทราบได้อย่างไรว่าเขาเหล่านั้นเป็น Guru จริงๆ จริงอยู่อาจจะมีข้อยกเว้นอยู่บ้าง ข้อแนะนำในการรับความช่วยเหลือจากคนเหล่านั้นขอให้จำกัดเพียงแค่การอำนวยความสะดวกหรือข้อมูลข่าวสารของสิ่งที่ท่าน trade อยู่

2. เมื่อผิด อย่าโทษคนอื่น ขอให้โทษตัวเองไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาอย่างไร วินัยข้อนี้จำเป็น เพราะหากเราไม่ฝึกฝนให้รับผิดชอบต่อสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น ขบวนการตัดสินใจจะไม่ยึดผลประโยชน์ของเราเป็นที่ตั้งได้

3. เน้นระยะยาว อย่าปรับวิธีการ trade โดยพิจารณาเพียงผลการ trade ระยะสั้น เพียงอย่างเดียว ทุกอย่างจะมีวันที่ดีและวันที่ไม่ดี ผลการ trade ในระยะสั้นอาจจะดูดี แต่ตามสถิติแล้ว มันมีปัจจัยทางด้านโชคมาเกี่ยวข้องมากกว่าระยะยาว ตัวอย่างมีให้เห็นมากมาย การเข้า/ออกในหุ้น หรืออัตราแลกเปลี่ยน แบบบ่อยๆ ส่วนใหญ่จะลงเอยด้วยการขาดทุนหรือไม่ก็ได้กำไรไม่พอค่าใช้จ่าย อาทิเช่น Brokerage Fee หรือ bid/offer spread

4. อย่าประเมินความยากของการเอาชนะความรู้สึกแย่ๆ ต่ำเกินไป แผนการเก็งกำไรที่ประสบความสำเร็จเมื่อสัปดาห์ก่อนอาจจะเป็นแผนที่แย่มากในสัปดาห์นี้ก็ได้ ซึ่งเราต้องเอาชนะความรู้สึกแย่ๆ เช่นนั้นให้ได้ และมุ่งมั่นต่อไป เคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า “นักรบย่อมมีบาดแผล” มั้ยครับ ตราบใดที่ยังเป็น trader อยู่ ขอให้มองการขาดทุนเป็นเรื่องปกติและเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต (a part of the game) ไม่มีใครเอาชนะตลาดได้หรอกครับ แต่เราสามารถเป็นส่วนหนึ่งของตลาดในส่วนที่สำเร็จได้

5. อย่าคึกมากเมื่ออยู่ขาขึ้น คนที่ได้เงินจากการเก็งกำไรมากๆ ติดต่อกัน จะรู้สึก “คึก” เป็นพิเศษ อยากจะเพิ่มขนาดของการเก็งกำไรให้มากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดมาก ช่วงจังหวะที่ควรเพิ่มขนาดการ trade น่าจะอยู่หลังจากที่เราเสียอย่างต่อเนื่องมากกว่า

6. อย่าเหี่ยวลงเมื่ออยู่ขาลง ข้อนี้ตรงข้ามกับข้อ 5 ข้างบน มีคนเคยกล่าวไว้ว่า การเก็งกำไรเหมือนกับการเล่นกอล์ฟ นักกอล์ฟทุกคนไม่ว่าจะตีเก่งหรือไม่เก่ง ต้องมีช่วงตีที่ดีและไม่ดี เมื่อตีดีก็ดีใจว่าได้ “วง” ที่วิเศษหาอยู่นานมาไว้กับตัว เมื่อตีแย่ก็จะรู้สึกว่าจะต้องออกจากช่วงนี้ได้อย่างไร

trader ก็เหมือนกัน ตอนได้ตังค์ก็ฮึกเหิมว่าเราเก่ง ทำเงินได้มากและอยาก trade มากขึ้น ตอนขาดทุนก็อยากจะเลิก trade ไปเลย สิ่งที่อยากจะแนะนำก็คือให้ยึดมั่นทางสายกลาง ความพอดี ดูเหมือนพูดง่ายแต่ทำยาก แต่เมื่อลองทำดู ถึงแม้ว่า control ไม่ได้ทั้งหมด จะพบว่าเราสามารถจะทำให้ trading นั้นมีความยั่งยืน (sustainable) ได้โดยไม่จำเป็นต้องเป็นสองขั้ว แบบสุดๆ เสมอไป

ขอให้จดจำไว้และฝึกปฏิบัติจะเห็นผลในทางที่ดี อีกนิดหนึ่งแถมท้าย trader ที่ดี นอกจาก 6 ข้อข้างบนแล้ว จะต้องเข้าใจตัวเองอย่างถ่องแท้, สมดุล และควบคุมสภาวะจิตใจของตัวเองให้ได้ (อีกแล้ว!พูดเรื่องที่พูดง่ายแต่ทำยาก) ไม่ว่าคุณจะ trade อะไร ทองคำ, น้ำมัน, FX, ดอกเบี้ย คุณจะประสบความสำเร็จครับ ขอให้โชคดี

เสถียร ตันธนะสฤษดิ์

Money Time

4/04/2012

FOMC Saw No Need of New Monetary Easing, March Minutes Show

The Federal Reserve is holding off on increasing monetary accommodation unless the U.S. economic expansion falters or prices rise at a rate slower than its 2 percent target.

“A couple of members indicated that the initiation of additional stimulus could become necessary if the economy lost momentum or if inflation seemed likely to remain below” 2 percent, according to minutes of their March 13 meeting released today in Washington.  http://bloom.bg/HRAeTT

3/19/2012

Society for Worldwide Interbank Financial Telecommunication (SWIFT)

Society for Worldwide Interbank Financial Telecommunication

องค์กรโซไซตี้ ฟอร์ เวิลด์ไวด์ อินเตอร์แบงก์ ไฟแนนเชียล เทเลคอมมูนิเคชั่น (SWIFT) หน่วยงานระหว่างประเทศที่เป็นตัวกลางทำธุรกรรมการเงินราว 80% ในโลก และเป็นระบบสื่อสารด้านการเงินระหว่างธนาคารผ่านระบบคอมพิวเตอร์ที่มีเครือข่ายเชื่อมโยงทั่วโลก

9/29/2011

Germany approves changes to EFSF

FXstreet.com (Barcelona) - German Bundestag lower house approved more powers to the rescue fund today in a much anticipated voting. Already 11 Eurozone countries approved the extension of EFSF, but changes will be introduced only if all of them ratify it.
523 MPs backed the bill, 85 were against and 3 abstained from voting. It is a success for Angela Merkel, who proved this way that her manner of dealing with the European crisis is supported by a large majority of German lawmakers.

9/28/2011

กองทุนรักษาเสถียรภาพการเงินยุโรป (EFSF)

กองทุนรักษาเสถียรภาพการเงินยุโรป (EFSF)
(IMF) ได้ร่วมกันจัดตั้งขึ้น เพื่อให้เงินกู้แก่รัฐบาลของประเทศที่เกิดวิกฤติทางการเงิน ปัจจุบันกองทุนนี้มีความสามารถ ปล่อยเงินกู้ได้ 440,000 ล้านยูโร

9/22/2011

Fed launches Operation Twist and more support to the mortgage market

FXstreet.com (Córdoba) – The Federal Reserve left as expected interest rate unchanged, in the range between 0.00% - 0.25% and announced Operation Twist and reinvestments in agency mortgage-backed securities.
According to the FED the economic growth remains slows and to boost activity announced that it will extend the average maturity of its holding of securities. “The Committee intends to purchase, by the end of June 2012, $400 billion of Treasury securities with remaining maturities of 6 years to 30 years and to sell an equal amount of Treasury securities with remaining maturities of 3 years or less.”
To support the mortgage market the Fed will reinvest principal payments from its holdings of agency debt and agency mortgage-backed securities.
The decision was not unanimous as Richard W. Fisher, Narayana Kocherlakota and Charles I. Plosser voted against the action announced today, not supporting additional accommodation.

9/21/2011

'Operation Twist' ทางเลือกที่ต้องรอดของเศรษฐกิจมะกัน

นับเป็นเรื่องที่ทั่วโลกต่างจับตามองอย่างใกล้ชิดอีกครั้ง กับการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 20–21 ก.ย.นี้ เนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่เฟดจะส่งสัญญาณกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐรอบใหม่อีกครั้ง หลังจากที่สภาพเศรษฐกิจที่ผ่านมาไม่ได้กระเตื้องขึ้นแม้แต่น้อย

ยืนยันได้ชัดจากตัวเลขการว่างงานของสหรัฐที่ยังคงอยู่ในระดับสูงกว่า 9% และตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ที่แทบไม่ขยับเขยื้อนใดๆ

สถานการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้บรรดาสมาชิกเฟดเริ่มตระหนักแล้วว่า ไม่อาจจะขอประวิงเวลารอดูเหตุการณ์เหมือนที่แล้วมาได้อีกต่อไป และจำเป็นต้องหาทางนำเงินใส่เข้าไปในระบบเพื่อให้เกิดการจ้างงานขึ้นอีกครั้ง อันจะส่งผลดีต่อสภาพเศรษฐกิจโดยรวม ภายใต้การผลักดันอย่างเต็มที่จากคณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐ (เอฟโอเอ็มซี)

อย่างไรก็ตาม สมาชิกเฟดอีกส่วนหนึ่งกลับคัดค้านที่จะให้เฟดเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะหวั่นใจกับปัญหาเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น โดยอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐได้เพิ่มจาก 3.6% ในเดือน ก.ค. มาอยู่ที่ 3.8% ในเดือน ส.ค. ซึ่งเกินเพดานที่เฟดตั้งไว้ที่ 2% อีกทั้งยังมีแนวโน้มจะขยับขึ้นเรื่อยๆ อันเป็นผลมาจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์และพลังงานที่ขยับพุ่งขึ้นทั่วโลก และเป็นช่วงที่เฟดใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ด้วยการทุ่มซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐมากถึง 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ

เฟด จึงได้รับเสียงตำหนิมากมายจากเหล่าสมาชิกสภาคองเกรสที่เป็นตัวการกระตุ้นภาวะเงินเฟ้อภายในประเทศ จนทำให้บรรดาผู้กำหนดนโยบายของเฟดไม่ต้องการลงมือกระทำการใดๆ ที่จะไปกระตุ้นกระแสต่อต้านเฟดภายในสภาคองเกรสให้ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น

ปัญหาเงินเฟ้อ และภาวะเศรษฐกิจที่เดินหน้าเข้าสู่ภาวะถดถอยจึงกลายเป็นความขัดแย้งภายในของบรรดาผู้กำหนดนโยบายของเฟด ที่นักเศรษฐศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญหลายสำนักต่างลุ้นระทึกว่า เฟดจะเลือกทางไหนระหว่างกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป หรือชะงักไว้ก่อนเพื่อชะลอเงินเฟ้อ

ทว่า เมื่อคำนึงถึงข้อเท็จจริงที่ว่าหน้าที่หลักของเฟดในตอนนี้ก็คือการแก้ปัญหาตัวเลขการว่างงาน ความเป็นไปได้ที่ว่าเฟดจะเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจต่อไปจึงมีมากกว่า

ทั้งนี้ หากเฟดเลือกที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป ท่ามกลางเงินเฟ้อขาขึ้น นักวิเคราะห์หลายฝ่ายเห็นตรงกันว่า นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่เฟดพอจะรอมชอมให้ประกาศใช้ออกมาได้ก็คือนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่เรียกกันว่า ปฏิบัติการ “Operation Twist” มากกว่าที่จะใช้มาตรการคิวอี เนื่องจากมาตรการพิมพ์ธนบัตรใหม่ออกมาซื้อพันธบัตรรัฐบาล ให้ผลไม่ตรงตามประโยชน์ที่วาดหวังกันไว้

การกระตุ้นเศรษฐกิจตามแนวทางของ Operation Twist ก็คือการปรับสัดส่วนการถือครองพันธบัตรของเฟดให้เป็นตราสารระยะยาวมากขึ้น และลดการถือครองตราสารระยะสั้น หรือก็คือการยืดอายุการชำระหนี้ออกไป โดยมีเป้าหมายเพื่อกดอัตราดอกเบี้ยระยะยาวต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น เลี่ยงการเก็งกำไร และกระตุ้นให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้น

พูดให้ง่ายว่า วิธีการดังกล่าวก็คือการที่เฟดจะออกพันธบัตรระยะสั้นมาเปลี่ยนกับพันธบัตรระยะยาว โดยไม่จำเป็นจะต้องใช้เงินเพิ่มเติม เพื่อกดอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับต่ำ ซึ่งจะเป็นการหลีกเลี่ยงวิธีการแบบเดิมที่ต้องทุ่มเงินเข้าระบบการเงินแบบไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหม จนทำให้เกิดเงินเฟ้อเหมือนที่เป็นมา

ทั้งนี้ สหรัฐเคยนำแนวทาง Operation Twist มาใช้แล้วครั้งหนึ่งในช่วงทศวรรษที่ 1960 หรือระหว่างปี 2504-2508 ซึ่งเป็นช่วงที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้เข้าซื้อพันธบัตรระยะยาว และขายตั๋วเงินคลังระยะสั้น โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างเสถียรภาพทางการเงินผ่านจากจัดการปริมาณเงินในระบบ ก่อนที่จะประกาศใช้อีกครั้งในเดือน มี.ค. 2552 แต่มีเป้าหมายที่ต่างออกไปก็คือเพื่อทำให้ปัจจัยแวดล้อมในระบบการเงินที่ตึงตัวอยู่ผ่อนคลายลง

Operation Twist จึงเป็นทางเลือกที่เป็นไปได้มากที่สุด และเหมาะสมที่สุดหลังจากที่เฟดเพิ่งจะผ่านพ้นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่อย่างคิวอีมาแล้วสองรอบ

เพราะคิวอีทำให้เฟดต้องเข้าถือพันธบัตรระยะสั้นในมือมากขึ้น ขณะที่ Operation Twist จะช่วยเปลี่ยนพันธบัตรระยะสั้นเหล่านั้นให้เป็นระยะยาวซึ่งจะลดดอกเบี้ยในระยะยาว จนทำให้ธนาคารยอมปล่อยกู้ให้กับบรรดาบริษัทห้างร้านต่างๆ เพิ่มมากขึ้น นอกเหนือไปจากการยืดระยะเวลาการคงอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับใกล้ศูนย์เพิ่มออกไปอีก 2 ปี ที่หลายฝ่ายในเฟดมองว่าอาจเป็นช่องทางให้บริษัทห้างร้านต่างๆ ฉวยโอกาสเก็บเงินสดไว้ แทนที่จะนำไปใช้ในการลงทุนและการจ้างงาน

สำหรับความเป็นไปได้อีกทางที่นักวิเคราะห์หลายฝ่ายคาดการณ์กันว่าเฟดอาจจะเลือกลงมือทำเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจก็คือ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่จ่ายให้แก่ธนาคารพาณิชย์สำหรับทุนสำรองส่วนเกินที่นำมาฝากไว้ที่เฟด ซึ่งเท่ากับเป็นการบีบบังคับให้ธนาคารพาณิชย์ปล่อยกู้มากยิ่งขึ้นเพื่อแลกกับอัตราผลตอบแทนที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยดังกล่าว

ทว่า ปัญหาที่ตามมาก็คือ ธนาคารพาณิชย์ไม่อาจกำหนดดอกเบี้ยให้สูงได้ในช่วงที่เจ้าของกิจการหรือประชาชนคนธรรมดาต่างแสวงหาหนทางปรับลดต้นทุนกู้ยืมของตนเองลง

ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่า เครื่องมือทั้งหมดที่พอจะให้เฟดใช้กระตุ้นเศรษฐกิจได้ขณะนี้ ล้วนส่งผลเสียต่อเฟดแทบทั้งสิ้น

แต่เมื่อถึงเวลาจำเป็นต้องเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจให้ได้เพื่อให้เกิดการจ้างงาน บรรดานักเศรษฐศาสตร์จึงเห็นตรงกันว่า Operation Twist ดูจะเป็นทางเลือกที่อันตรายน้อยที่สุดสำหรับเฟดในเวลานี้แล้ว

Posttoday

20 กันยายน 2554

7/23/2011

คิวอี3รีเทิร์น?เฟดเล็งหว่านเงินรอบสาม เมื่อพญาอินทรียังลุกไม่ขึ้น

เป็นภาวะที่กลืนไม่เข้าและคายไม่ออก เมื่อบรรดาผู้กำหนดนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด กำลังเสียงแตกกันอย่างหนักหน่วงว่าจะเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจรอบต่อไปหรือไม่ เนื่องจากในขณะนี้สภาพเศรษฐกิจสหรัฐยังไม่อาจจะฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่และเชื่องช้าเต็มทน โดยเฉพาะการจ้างงานใหม่นั้นเพิ่มขึ้นในระดับที่ไม่น่าพึงพอใจนัก

จากข้อมูลล่าสุดในเดือน มิ.ย.นั้น ได้ส่งสัญญาณชัดเจนถึงความเชื่องช้าของเศรษฐกิจสหรัฐในรอบหลายเดือน การสร้างงานใหม่เกิดขึ้นเพียง 1.8 หมื่นตำแหน่ง น้อยที่สุดในรอบ 9 เดือน และอัตราการว่างงานเดือนล่าสุดของสหรัฐยังอยู่ในระดับชนเพดานที่ 9.2% สูงสุดในรอบปีนี้ ถือเป็นงานหนักของสหรัฐที่จะต้องพยายามขุดให้คนสหรัฐมีงานทำกันให้ได้ เพราะต้องไม่ลืมว่าแรงขับเคลื่อนของเศรษฐกิจพญาอินทรีนั้น 2 ใน 3 มาจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค

ถ้าคนตกงานไม่ใช้เงิน เศรษฐกิจสหรัฐย่อมเป็นอัมพาตไปในทันที นั่นคือความจริงที่ไม่น่าพิสมัยนักของปรัชญาเศรษฐกิจทุนนิยมแบบอเมริกัน ที่กำลังเจอเข้ากับภาวะจนตรอกในยุคสหัสวรรษใหม่..!

ในรายงานการประชุมครั้งล่าสุดของบรรดาเจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายของเฟดนั้น ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งมีความเห็นและสนับสนุนให้เฟดนำมาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาใช้อีกระลอกหนึ่ง หลังจากที่เคยประกาศใช้มาแล้วถึง 2 ครั้ง คือ นโยบายการเงินผ่อนปรนเชิงปริมาณ (Quantative Easing)

ในครั้งแรก ได้ประกาศใช้ไปเมื่อช่วงต้นปี 2009 ซึ่งเป็นช่วงที่สหรัฐกำลังอยู่ในห้วงเหวแห่งภาวะเศรษฐกิจถดถอยอย่างหนักหน่วง และในครั้งที่ 2 ในช่วงปลายปี 2010 ที่เฟดหวังว่านโยบายดังกล่าวจะช่วยเป็นพลังขับเคลื่อนการสร้างให้กับชาวอเมริกัน

ภายใต้นโยบายดังกล่าว เฟดจะรับซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลจากธนาคารพาณิชย์ เป็นการปล่อยกระแสเงินเข้าสู่ระบบทางอ้อมและเป็นการช่วยกดให้อัตราดอกเบี้ยสหรัฐอยู่ในระดับต่ำต่อไป

เมื่อครั้งการประกาศใช้นโยบายนี้เป็นหนที่ 2 เมื่อเดือน พ.ย. 2010 ที่ผ่านมา เฟดได้ทุ่มงบประมาณมากถึง 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ทยอยรับซื้อคืนพันธบัตรของรัฐบาล เพื่อช่วยให้ธนาคารพาณิชย์เหล่านั้นมีกระแสเงินสดคล่องตัวเปิดทางให้ปล่อยกู้ให้มากขึ้น เป็นทั้งการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยตรง และกดอัตราดอกเบี้ยสหรัฐให้อยู่ในระดับต่ำที่ 00.25% ต่อไปด้วย

อย่างไรก็ตาม กำหนดอายุเวลาของโครงการดังกล่าวเพิ่งจะหมดอายุลงไปเมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา เป็นการหมดอายุที่มาพร้อมๆ กับเสียงด่าขมไปทั่วโลก

เพราะแท้จริงแล้ว นโยบายดังกล่าวแทบจะไม่ได้ช่วยอะไรเลย

เพราะแท้จริงแล้ว คิวอียังสร้างความลำบากให้กับหลายประเทศทั่วโลก

ตัวเลขอัตราการว่างงานของสหรัฐยังสูงทะลุเพดาน ปริมาณการใช้สอยของผู้บริโภคยังไม่ฟื้นตัว และที่สำคัญเศรษฐกิจมะกันยังคงเซื่องซึมเหมือนเดิม การเติบโตของจีดีพีสหรัฐในไตรมาสแรกของปีนี้เติบโตขึ้นเพียง 1.8% เท่านั้น

เท่านั้นยังไม่พอ เฟดยังต้องปรับอัตราการเติบโตของจีดีพีทั้งปีนี้จากเดิมที่ 3.1-3.3% ลงมาอยู่ที่ 2.7-2.9% อีกด้วย เป็นสิ่งยืนยันว่านโยบายนี้ไม่ได้ช่วยอะไรแม้แต่น้อย

แต่ที่เลวร้ายที่สุด ผลข้างเคียงของนโยบายดังกล่าวได้สร้างความเสียหายไปทั่ว และเริ่มกลายเป็นปัจจัยคุกคามเศรษฐกิจสหรัฐเองมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นมาอยู่ที่ 2.32% แล้ว

อีกทั้งการพิมพ์ธนบัตรและหว่านเงินเข้าสู่ระบบแบบตามใจฉัน ของนโยบายคิวอี 2 ยังทำให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลงเป็นประวัติการณ์ และต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน

หากจำกันได้เมื่อปีที่แล้ว หรือปี 2010 ถือเป็นปีที่เอเชียและกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ต้องเจอกับผลข้างเคียงอย่างสาหัสเกือบจะทุกประเทศจากนโยบายคิวอีของเฟดที่ว่าการหว่านเงินลงสู่ระบบในช่วงเวลาที่ดอกเบี้ยสหรัฐต่ำเรียดติดดิน ได้ส่งผลให้กระแสทุนจากสหรัฐต่างไหลออกเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ที่มีอัตราดอกเบี้ยผลตอบแทนสูงกว่า

ทุนเหล่านี้ได้เข้าเก็งกำไรกันอย่างบ้าคลั่งในตลาดทุนของเอเชีย และที่สำคัญได้ส่งผลให้เงินหลายสกุลในเอเชียต้องแข็งค่ากันอย่างรุนแรง รวมถึงเงินบาทของไทย ส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกอย่างแสนสาหัส

ไม่แปลกที่นโยบายคิวอีของเฟดจะเป็นสิ่งที่ไม่เฉพาะนักเศรษฐศาสตร์ในสหรัฐเท่านั้น แต่เกือบจะทุกประเทศทั่วโลกด้วยซ้ำที่ออกอาการ “แขยง” พฤติกรรมของเฟดดังกล่าวที่พิมพ์พันธบัตรหว่านเงินอย่างเปล่าประโยชน์ ซึ่งสร้างความเสียหายไปทั่วโลก

ดังนั้น จึงกล่าวได้อย่างชัดเจนว่า เฟดกำลังเดินมาถึงจุดที่ยากลำบากมากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์สหรัฐ ที่จะเดินหน้าต่อด้วยการหว่านเงินกระตุ้นก็จะถูกต่อต้านจากทั้งภายในและภายนอกประเทศแต่ในขณะเดียวกันก็ไม่อาจจะวางเฉยต่อสภาพเศรษฐกิจที่แน่นิ่งต่อไปได้เช่นกัน

กระนั้นก็ตาม บางกระแสมองโลกในแง่ดีว่า ความแตกตื่นที่ว่าเฟดจะนำมาตรการคิวอีกลับมาใช้อีกครั้งนั้น เป็นเพียงการตีความรายงานการประชุมของเฟดกันไปเองของเหล่านักลงทุน

เพราะธนาคารกลางสหรัฐไม่น่าจะกล้านำมาตรการดังกล่าวกลับมาใช้อีกครั้ง เพราะเห็นกันชัดๆ อยู่แล้วว่าไม่ได้ผล และยังส่งผลข้างเคียง

หรือหากจะนำกลับมาใช้จริงอีกครั้ง ก็อาจจะมีขึ้นอย่างเร็วที่สุดในช่วงปีหน้า ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นเศรษฐกิจของสหรัฐก็น่าจะกระเตื้องดีกว่าในระดับปัจจุบันนี้แล้ว

แต่กระนั้น ถ้าหากพิจารณาสภาพเศรษฐกิจโลกในวันนี้ ก็ต้องยอมรับกันว่ามีเปอร์เซ็นต์ที่นโยบายนี้จะฟื้นคืนชีพอีกครั้งไม่น้อย

ไม่ว่าจะราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยทุบความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐดีๆ นี่เอง

ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตหนี้ในยุโรป ที่พลอยทำให้สหรัฐซบเซาลงตามไปด้วย

ไม่ว่าจะผลกระทบจากการฟุบตัวลงของเศรษฐกิจญี่ปุ่นหลังเกิดแผ่นดินไหวและสึนามิถล่มครั้งรุนแรงที่สุดของแดนปลาดิบเมื่อวันที่ 11 มี.ค. ที่ทำเอาภาคการผลิตยานยนต์ของญี่ปุ่นที่มีฐานการผลิตกระจายอยู่ในสหรัฐเซื่องซึมลงไปด้วย

ปัจจัยลบเหล่านี้ ถือว่ามีน้ำหนักพอที่จะทำให้สหรัฐกลับมาปั๊มเงินหว่านกันอีกรอบหากเข้าตาจนจริงๆ และเมื่อนั้น คงได้แต่สวดมนต์รอรับชะตากรรมกับคิวอี 3 กันถ้วนหน้า..!

Post Today
Last update : 7/14/2011